บทกวีนิพนธ์ของสุนทรภู่

  บทกวีนิพนธ์ของท่านสุนทรภู่ ทั้งหมดเท่าที่พบ มีอยู่ ๒๕ เรื่อง เป็นนิราศ ๙ เรื่อง นิยายประโลมโลก ๕ เรื่อง บทเสภา ๒ เรื่อง สุภาษิต ๓ เรื่อง บทละคร ๑ เรื่อง บทเห่กล่อม ๔ เรื่อง และบทรำพันอีก ๑ เรื่อง นิราศ ๙ เรื่อง คือ นิราศเมืองแกลง นิราศพระบาท นิราศภูเขาทอง นิราศสุพรรณ นิราศวัดเจ้าฟ้า นิราศอิเหนา นิราศพระแท่นดงรัง (ฉบับสามเณรกลั่น) นิราศพระประธม และนิราศเมืองเพชร นิยายประโลมโลก ๕ เรื่อง คือ โคบุตร พระอภัยมณี พระไชยสุริยา ลักษณวงศ์ และสิงหไกรภพ บทเสภา ๒ เรื่อง คือ ขุนช้างงขุนแผน (ตอนกำเนิดพลายงาม) และพระราชพงศาวดาร สุภาษิต ๓ เรื่อง คือ สวัสดิรักษา เพลงยาวถวายโอวาท และสุภาษิตสอนหญิง บทละคร ๑ เรื่อง คือ อภัยนุราช บทเห่กล่อม ๔ เรื่อง คือ เห่เรื่องจับระบำ เห่เรื่องกากี เห่เรื่องพระอภัยมณี และเห่เรื่องโคบุตร และบทรำพัน ๑ เรื่อง คือเรื่องรำพันพิลาป 

          ในประวัติสุนทรภู่ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพนั้น ปรากฏว่าบทกวีนิพนธ์ของท่านสุนทรภู่ทั้งหมดเท่าที่พบมีอยู่ ๒๔ เรื่อง ขาดไป ๑ เรื่อง คือรำพันพิลาป ซึ่งค้นพบภายหลัง และเรื่องนิราศพระแท่นดงรัง ซึ่งนายมี หมื่นพรหมสมพัตรสรเป็นผู้แต่ง ไม่ใช่นิราศพระแท่นดงรังฉบับสามเณรกลั่น ซึ่งท่านสุนทรภู่เป็นผู้แต่ง ในปี ๒๕๐๔ กรมศิลปากรได้พิมพ์นิราศพระแท่นดงรังของนายมีฉบับชำระใหม่โดยอาจารย์ธนิต อยู่โพธิ์ อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้น ซึ่งได้อ้างข้อมูลต่างๆ เป็นหลักฐานแสดงนายมีเป็นผู้แต่งแน่นอนไม่ใช่ท่านสุนทรภู่

          แต่ที่ผู้เขียนได้เอานิราศพระแท่นดงรังฉบับสามเณรกลั่นมาเป็นบทกวีนิพนธ์ของท่านสุนทรภู่แทนนิราศพระแท่นดงรังของนายมีก็เพราะในงานวันสุนทรภู่ พ.ศ. ๒๕๓๗ สถาบันสุนทรภู่ได้จัดให้มีการสัมมนาเรื่อง “ใครเป็นผู้แต่งนิราศพระแท่นดงรังฉบับสามเณรกลั่น” และได้ข้อสรุปว่าผู้แต่งน่าจะเป็นท่านสุนทรภู่ ไม่ใช่สามเณรกลั่นเช่นเดียวกับนิราศวัดเจ้าฟ้าที่ระบุว่าเณรหนูพัดเป็นผู้แต่ง แต่เป็นความจริงที่รับกันภายหลังว่าท่านสุนทรภู่เป็นผู้แต่ง ถ้าหากว่าสามเณรกลั่นเป็นผู้แต่งนิราศพระแท่นดงรังจริงแล้ว ก็หมายความว่าสามเณรกลั่นซึ่งมีอายุแค่เด็กวัยรุ่นแต่งนิราศได้ดีเท่ากับท่านสุนทรภู่ และดีกว่านายมีซึ่งเป็นลูกศิษย์เอกคนหนึ่งของท่านสุนทรภู่ ซึ่งไม่มีทางจะเป็นไปได้ อันที่จริงในตอนท้ายของนิราศพระแท่นดงรัง ท่านสุนทรภู่ก็เผยความในใจในเรื่องรักของผู้ใหญ่อย่างท่านไม่ใช่ของเด็กอย่างสามเณรกลั่น ทำนองเดียวกับที่ท่านสุนทรภู่รำพันถึงผู้สูงศักดิ์ไว้ในรำพันพิลาปนั่นเอง ท่านรำพันว่า  

      จะออกปากฝากรักก็ศักดิ์ต่ำ       กลัวจะซ้ำถมทับไม่นับถือ
ถึงยามนอนร้อนฤทัยดังไฟฮือ       ชมแต่ชื่อก็ค่อยชื่นทุกคืนวัน
เวลาหลับคลับคล้ายไม่วายเว้น       ได้พบเห็นชื่นใจแต่ในฝัน
ขอฝากปากฝากคำที่รำพัน             ให้ทราบขวัญนัยนาด้วยอาวรณ์ ฯ

           ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นว่านิราศพระแท่นดงรังที่เป็นบทกวีนิพนธ์ของท่านสุนทรภู่นั้นไม่ใช่ฉบับของนายมี แต่เป็นฉบับของสามเณรกลั่นจากวรรณกรรม ๒๕ เรื่องของท่านสุนทรภู่นั้น เป็นที่เห็นได้ว่า ท่านสุนทรภู่เป็นอัจฉริยจินตกวีที่มีพรสวรรค์เป็นพิเศษในการนิพนธ์วรรณกรรมซึ่งไม่มีใครเทียบเท่าทั้งในอดีตและในปัจจุบันและอาจตลอดถึงในอนาคต ในการชมธรรมชาติ เช่น ชมนก ชมไม้ ชมสวน ชมป่าดงพงพี และขุนเขาลำเนาไพร ไม่ว่าจะในนิราศหรือในนิยายประโลมโลก ท่านได้จำแนกแยกแยะชนิด ลักษณะ สภาพ และความงดงามของนานาธรรมชาติไว้อย่างละเอียด โดยเฉพาะฝนการกล่าวถึงธรรมชาติของคน ทั้งในการชมโฉม การเกี้ยวพาราสี การแสดงความรัก ความหึงหวง การคร่ำครวญ ความโศกเศร้า หรือความอัศจรรย์ ท่านได้พรรณนาไว้อย่างพิสดารด้วยคารมที่คมคาย ไพเราะ ซาบซึ้ง ตรึงใจและไม่ซ้ำซ้อนกัน
 
           ในการพรรณนาถึงภาวะสิ่งแวดล้อม สภาพความเป็นอยู่และขนบธรรมเนียมประเพณีของคนในวัง ในกรุง ในชนบทหรือในป่าในดง ท่านก็พรรณนาไว้โดยละเอียดถี่ถ้วนเช่นเดียวกับการพรรณนาถึงลักษณะของราชรถ พระเมรุมาศ โบสถ์วิหาร ตลอดจนการรบทัพจับศึก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนิยายประโลมโลกนั้นทุกเรื่องท่านได้วางเนื้อเรื่องไว้อย่างสุขุมรอบคอบ สมเหตุสมผล และเหมาะสมกลมกลืน ไม่มีขาดไม่มีเกิน ตัวสำคัญในเรื่องทุกเรื่องจะมีอุปนิสัย พฤติกรรม กริยาและคารมเสมอต้นเสมอปลายตลอดทั้งเรื่อง นอกจากนั้น ท่านยังได้ฝากภาษิตหรือคติธรรมตลอดจนคำสอนอันเป็นสัจจธรรมไว้ในวรรณกรรมของท่าน รวมทั้งความคิดล้ำยุคอันเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์หลายอย่างที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และวิทยาการสมัยใหม่ที่คนในสมัยของท่านคิดไม่ถึงว่าจะเกิดมีขึ้น นี้คือข้อสรุปของความเป็นอัจฉริยะในการนิพนธ์บทกวีนิพนธ์อันสูงส่งของมหากวีไทย 

          บทกวีนิพนธ์ของท่านสุนทรภู่เกือบทั้งหมดเป็นกลอนแปด เฉพาะนิราศสุพรรณเป็นโคลงสี่สุภาพ และพระไชยสุริยาและบทเห่เป็นกาพย์ ท่านสุนทรภู่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผุ้ต้นคิดกลอนตลาด หรือที่เรียกว่ากลอนสุภาพ คือ กลอนแปดนั่นเอง เป็นคำกลอนที่ใช้ถ้อยคำตรงๆ หรือ คำตลาด ฟังง่าย เข้าใจง่าย มีสัมผัสใน และมีระดับเสียงขึ้นลงเหมือนเสียงดนตรี ทำให้ฟังไพเราะรื่นหู ซึ่งไม่มีกวีผู้ใดเคยทำมาก่อน

          ในบรรดาบทกวีนิพนธ์เหล่านี้ ได้มีผู้แปลหรือย่อเรื่องเป็นภาษาต่างประเทศบ้างแล้ว เช่น นิราศเมืองแกลง นิราศพระประธม พระไชยสุริยา รำพันพิลาป และพระอภัยมณี บทกวีนิพนธ์ที่ยิ่งใหญ่ของท่านสุนทรภู่ คือ พระอภัยมณี ซึ่งเป็นคำกลอนมีจำนวนถึง ๒๕,๔๑๒ คำกลอน หรือประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คำ คิดเป็นบทโศลกของพราหมณ์ เท่ากับ ๑๒,๗๐๖ บท ยาวกว่าบทกวีนิพนธ์สมัยกรีกโบราณอันลือโลกเรื่องอิลเลียด (Iliad)และออดิสซีย์ (Odyssey) ของมหากวีโฮเมอร์ ซึ่งมีความยาวประมาณ ๑๒,๕๐๐ บทโศลก และสารานุกรมบริตานิกายกย่องว่า เป็นงานอันดับแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดของวรรณคดีโลก บทกวีนิพนธ์ที่ยาวกว่าเรื่องพระอภัยมณี เห็นจะมีก็แต่มหาภารตของอินเดียเท่านั้น ส่วนบทกลอนในวรรณกรรมเรื่องอื่นๆ นอกจากพระอภัยมณีมีจำนวนรวมกัน ๑๐,๙๒๐ บท เมื่อรวมกับบทกลอนในพระอภัยมณีแล้วก็จะมีจำนวนถึง ๒๓,๖๒๖ บท 

          สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงให้ความเห็นไว้ในประวัติท่านสุนทรภู่ว่า ถ้าจะให้เลือกกวีไทยบรรดาที่มีชื่อเสียงปรากฏในพงศาวดาร คัดเอาแต่ที่วิเศษเพียง ๕ คน ใครๆก็เห็นจะต้องเอาชื่อท่านสุนทรภู่ไว้ในกวี ๕ คน นั้นด้วย

ข้อมูลจาก เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s